What did You Expect?
Ruby Sparks สะท้อนความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งพยายามควบคุมให้อีกฝ่ายเป็นในแบบที่ตัวเองต้องการ ทั้งการแต่งตัวและความรู้สึก จนความรักพังทลาย ฉากก่อนนางเอกจะหายไปเป็นซีนที่หดหู่และทรงพลังมากค่ะ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของการปล่อยให้อีกคนมีอำนาจเหนือชีวิตเราจนแทบไม่เหลือตัวตน
สำหรับเรา ถ้ามองหนังเป็นชีวิตจริง เราทุกคนต่างเป็นทั้ง "คาลวิน" และ "รูบี้" ไปพร้อมกันในความสัมพันธ์ เพราะเราต่างมีสเปกหรือภาพในอุดมคติของใครสักคนในหัว ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถมีครบทุกอย่างตามที่เราคาดหวังได้ และนั่นคือ "คาลวิน" ที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ ขณะเดียวกัน คุณก็อาจเคยเป็น "รูบี้" คนที่ถูกมองผ่านเลนส์ของความคาดหวัง แทนที่จะถูกมองด้วยความเข้าใจ เขาอยากให้คุณไว้ผมยาว ออกกำลังกาย หุ่นดี แต่งตัวย้อนยุค ฟังเพลงยุค 90 พูดน้อย ไม่งี่เง่า เรียบร้อย ดูน่ารักในแบบที่เขาวาดฝันไว้ และถ้าวันหนึ่งคุณไม่ได้เป็นแบบนั้น คุณก็จะค่อย ๆ ถูกผลักออกไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เราอาจมีทัศนคติหรือความรู้สึกที่เข้ากันได้ดี เพียงแต่ไม่ตรงกับภาพในหัวของเขาเท่านั้น สุดท้ายมันก็ไม่ใช่ความรัก แต่คือการหลงใหลแค่ไลฟ์สไตล์ ก็เหมือนการเลือกหนังสือจากหน้าปก แล้วรีบวางทิ้งทันทีเมื่อรู้ว่าเนื้อหาไม่ใช่แนวที่คิดไว้ ทุกวันนี้ความสัมพันธ์แบบนี้พบได้บ่อย เพราะสังคมมักสร้างแรงกดดันให้ความรักต้องดูสมบูรณ์แบบ เหมือนความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป หรือบางทีมันก็ไม่เคยเป็นเลยด้วยซ้ำค่ะ ในเชิงจิตวิทยา ความรักอาจเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ในทางสังคมมันเต็มไปด้วยเงื่อนไขมากมาย คนที่เราจะคบด้วยได้ราบรื่น มักเป็นคนที่มีอะไรใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานะทางสังคม ฐานะครอบครัว วุฒิภาวะ หรือระดับการศึกษา
ความรักเลี่ยงไม่ได้เลยในยุคนี้ก็คือ "เทสต์" หรือรสนิยมส่วนตัวที่ตรงกัน บางคนตกหลุมรักกันเพราะชอบเพลงเดียวกัน แต่งตัวคล้ายกัน ใช้คำพูดแบบเดียวกัน หรือมีสไตล์ชีวิตที่ดูไปในทางเดียวกัน จนทำให้รู้สึกว่า "เราเหมือนกัน" แล้วก็กลายเป็นรักกันไป แต่มันคือความรักจริงเหรอ คุณสามารถบอกเล่าความรู้สึกหรือเรื่องที่ยากจะเล่าให้คนคนนั้นฟังได้อย่างเปิดอกไหม เขาคอยสนับสนุนกับสิ่งที่คุณทำ ทำให้คุณอยากเป็นคนที่ดีขึ้นไหม อันนั้นน่าจะสำคัญกว่านะคะ แต่จากประสบการณ์ บางครั้งสิ่งที่เรียกว่า "เทสต์" มันก็กลายเป็นกับดักเล็ก ๆ โดยเฉพาะเวลาที่อีกฝ่ายพยายามยัดเยียดความชอบของเขาให้เรา เราต้องฟังเพลงที่เขาฟัง ต้องแต่งตัวให้เข้ากับสไตล์ของเขา ต้องสนใจทุกอย่างที่เขาชอบทั้งหมด มันไม่ใช่แค่เหนื่อยสำหรับเรา แต่มันเป็นการกระทำที่ดูไม่โตและเอาจริง ๆ ก็ค่อนข้างปัญญาอ่อน
สุดท้ายแล้ว ความรักที่ดีควรเป็นอยู่ในส่วนของวงกลมใครวงกลมมัน และมาเจอกันในที่วงกลมนั้นทับซ้อนกัน ไม่ใช่การลากอีกฝ่ายให้มาอยู่ในวงกลมของตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง ขอแค่เคารพในความต่าง และอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ แค่นั้น...ก็น่าจะพอแล้วนะคะ
The Ruby Duck :)
Comments
Post a Comment